Logo
variety iconlive icon
NewsVariety / วาไรตี้

Variety / วาไรตี้

Latest update :2026 Feb 02 :: 19:55
Variety2025 Oct 27 :: 22:00

เวทีสัมมนาปชป. "ประเทศไทยต้องการอะไรจากพรรคการเมือง" “บรรยง” ชี้ไทยเผชิญภาวะโตช้า 8 ดัชนีหลักไม่ติดอันดับ

เวทีสัมมนาปชป. "ประเทศไทยต้องการอะไรจากพรรคการเมือง" “บรรยง” ชี้ไทยเผชิญภาวะโตช้า 8 ดัชนีหลักไม่ติดอันดับ ด้าน“จุรีพร”ซีอีโอจาก WHA ระบุไทยอาจถึง "จุดต่ำสุด" ต้องเร่งปรับภาครัฐ แนะฝ่ายค้านต้องปรับตัวเป็นฝ่ายค้านที่แข็งแกร่ง เสนอ3 สร้าง “คน-สู้-โอกาส”พลิกฟื้นประเทศ ขณะที่“สุวิทย์” ชำแหละ 3 ปัญหาโครงสร้างหลัก ฉุดรั้งประเทศวันที่ 28 ต.ค.พรรคประชาธิปัตย์ จัดสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อ "ประเทศไทยต้องการอะไรจากพรรคการเมือง" โดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย นายบรรยง พงษ์พานิช ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) , น.ส.จุรีพร จารุกรสกุลประธานคณะกรรมการบริหารและซีอีโอกลุ่ม WHA คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) , และ นายสุวิทย์ เมษิณทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมร่วมสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม พร้อมข้อเสนอแนะถึงสิ่งที่พรรคการเมืองควรเร่งดำเนินการเพื่อพาประเทศไทยพ้นจากภาวะถดถอยโดยนายบรรยง กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจโลกชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยเคยมี GDP เติบโตสูงถึง 9-10% แต่หลังจากวิกฤตต้มยำกุ้งและแฮมเบอร์เกอร์ GDP ก็ลดลงเหลือ 5% จนกระทั่งเหลือ 1% ในช่วงโควิด-19 และการฟื้นตัวของไทยเป็นไปอย่างช้ากว่าประเทศอื่น ขณะที่ช่องว่าง GDP ระหว่างประเทศกำลังพัฒนาและประเทศพัฒนาแล้วกำลังแคบลง จากการวิเคราะห์ 8 ดัชนีที่วัดการเติบโตทางเศรษฐกิจ เช่น GDP, อัตราเงินเฟ้อ, การส่งออก, การคอร์รัปชั่น, การกระจายตัว, สถาบัน และความยั่งยืน พบว่าประเทศไทย ไม่ติดอันดับ 1 ใน 50 ของดัชนีใด ๆ เลย โดยบางดัชนีมีคะแนนตามหลังประเทศเกาหลีเหนือ มีเพียงดัชนีเดียวที่ปรับตัวดีขึ้นคือ ดัชนีคอร์รัปชัน“ผมยังเชื่อว่าทุกอย่างสามารถแก้ไขได้ โดยการประเมินและปรับปรุง เพื่อให้ไทยพ้นจากภาวะการเติบโตช้าและความถดถอยในเชิงโครงสร้าง”นายบรรยงกล่าวด้านน.ส.จุรีพร กล่าวว่า ประเทศไทยไม่ควรรอให้เกิดวิกฤต แต่ควร ใช้โอกาสที่มีอยู่ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดจากสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน และการเปลี่ยนผ่านของระเบียบโลก ทั้งนี้ประเทศไทยอาจอยู่ใน "จุดที่ต่ำที่สุด" แล้ว และประชาชนมีความคาดหวังสูงต่อการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง เนื่องจากทนต่อความยากลำบากมานาน แต่สิ่งที่ต้องเร่งแก้ไขคือ ภาคเอกชน, รัฐบาล, การศึกษา, และประชาชนทั่วไป โดยยังมีข้อกังวลอย่างยิ่งต่อประสิทธิภาพและความโปร่งใสของภาครัฐ โดยเฉพาะปัญหาการทุจริต ความไร้ประสิทธิภาพ และการวางแผนที่ไม่เพียงพอ รวมถึงการ ไม่ตอบสนอง ต่อการเรียกร้องจากภาคอุตสาหกรรม สภาหอการค้าไทยน.ส.จุรีพร กล่าวต่อว่า ขณะที่ฝ่ายค้านต้องปรับตัวให้เป็นฝ่ายค้านที่แข็งแกร่ง สร้างสรรค์ มีคุณภาพ และตรวจสอบรัฐบาลได้อย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าคนไทยไม่โง่ และสามารถแยกแยะได้ว่าการค้านแบบใดเป็นไปเพื่อประโยชน์หรือเพื่อทำลายน.ส.จุรีพร กล่าวว่า แม้จะมีความท้าทายจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ สภาพภูมิอากาศ เทรนด์ไฮเทค และสังคมผู้สูงวัย แต่ยังเชื่อว่าประเทศไทยมีศักยภาพและยังเป็น หมุดหมายของนักลงทุนต่างชาติ เพราะมีปัจจัยเอื้อต่อการลงทุน เช่น โครงสร้างพื้นฐาน แรงงานที่มีทักษะ และพลังงานสะอาด ซึ่งภาคเอกชนต้องการผู้นำที่มี ความเป็นผู้นำ ซื่อสัตย์ สุจริต“ประเทศไทยต้องมี 3 สร้าง คือ สร้างคน สร้างสู้ สร้างโอกาส เพื่อให้ประเทศไทยกลับมาผงาดอีกครั้ง”นางจุรีพร กล่าว ขณะที่นายสุวิทย์ กล่าว่า การเมืองไทยจะรับมือกับ "โลกป่วน" ได้อย่างไร ในขณะที่ไทยกำลังอยู่ในภาวะ "ป่วย"คำถามคือ นักการเมืองที่จะตอบโจทย์ปัญหานี้อย่างไร ที่ผ่านมาจีดีพีเติบโตต่ำจะทำอย่างไรให้จีดีพีไทยกลับมาเติบโตมากกว่า 5 % คำตอบส่วนหนึ่งก็มาจากการเมือง นอกจากนี้ประเทศไทยไม่สามารถแข่งขันด้วยแรงงานหรือทรัพยากรราคาถูกได้อีกต่อไป และยังไม่ได้เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีขั้นสูง แต่กำลังถูกบีบอยู่ระหว่างกลุ่มประเทศที่มีต้นทุนต่ำกับกลุ่มประเทศที่มีเทคโนโลยีสูงนายสุวิทย์ กล่าวว่า ไทยต้องเจอกับ 3 ประเด็นเชิงโครงสร้างหลัก ที่ฉุดรั้งประเทศและเป็นอุปสรรคต่อความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตของประเทศไทย คือ การปกครองโดยกฎหมาย แทนที่จะเป็น หลักนิติธรรม ที่แท้จริง การคอร์รัปชั่น ที่แพร่หลายและกลายเป็นเรื่องปกติ และความแตกแยกทางการเมืองอย่างรุนแรง นอกจากนี้ ยังต้องเจอกับวงจรอุบาทว์ทางการเมืองที่เรียกว่า 3 ป. ซึ่งประกอบด้วย การปฏิวัติ ประชาธิปไตยเทียม การประท้วงต่อต้าน วงจรนี้บ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาลมาอย่างยาวนาน“ในประวัติศาสตร์ไทยกว่า 90 ปี ยังไม่เคยมีรัฐบาลใดที่ผ่านคุณสมบัติ 3 เรื่อง คือ ความชอบธรรม คุณธรรม และจริยธรรม ได้เลย ที่ผ่านรัฐบาลง่วนอยู่กับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และทะเลาะกับเรื่องเหล่านี้ โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ ที่ต้องให้เวทีเขา ไม่ใช่ปล่อยให้พรรคการเมืองไปกล่อมเกลา ดังนั้นพรรคฯต้องมีการผสมผสานระหว่างคนรุ่นเก่า คนรุ่นใหม่ เข้าด้วยกัน ”นายสุวิทย์ กล่าว

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

Variety2025 Oct 27 :: 21:00

"บวรศักดิ์" แจงไทม์ไลน์เดิมยุบสภาใน 4 เดือน ไม่เปลี่ยนแปลง

"บวรศักดิ์" แจงไทม์ไลน์เดิมยุบสภาใน 4 เดือน ไม่เปลี่ยนแปลงวันที่ 28 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึง สถานการณ์ปัจจุบันจะกระทบต่อการยุบสภาของรัฐบาลตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เคยระบุไว้ว่าภายในเดือนม.ค.69 หรือไม่ว่า ไม่ได้มีอะไร ทุกอย่างยังคงเป็นไปตามเดิมเมื่อถามย้ำว่า ยังคงภายใน 4 เดือนนี้ใช่หรือไม่ นายบวรศักดิ์ กล่าวย้ำว่า ทุกอย่างยังคงเป็นไปตามกำหนดการเดิม

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

'สี จิ้นผิง' แสดงความเสียใจต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ย้ำ “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” จะรำลึกถึงพระองค์ตลอดไป
Variety2025 Oct 27 :: 17:30

'สี จิ้นผิง' แสดงความเสียใจต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ย้ำ “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” จะรำลึกถึงพระองค์ตลอดไป

'สี จิ้นผิง' แสดงความเสียใจต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ยกย่องพระองค์ทรงมีคุณูปการยิ่งใหญ่ต่อมิตรภาพจีน–ไทย ย้ำ “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” จะรำลึกถึงพระองค์ตลอดไปเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2568 นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ส่งสาส์นแสดงความเสียใจไปยังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในนามของรัฐบาลจีนและประชาชนชาวจีน ประธานาธิบดีแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อราชวงศ์ รัฐบาล และประชาชนชาวไทยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นที่เคารพรักอย่างสูงยิ่งในหมู่ราชวงศ์และประชาชนชาวไทย พระองค์ทรงส่งเสริมมิตรภาพจีน-ไทยอย่างแข็งขัน และเสด็จฯ เยือนจีนในพระนามพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีคุณูปการอันใหญ่หลวงในการส่งเสริมมิตรภาพ “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” เราจะรำลึกถึงพระองค์ตลอดไป

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทยคลั่งยิงลูกเมียและตัวเองดับอนาถ 3 ศพ คาดเครียด
Variety2025 Oct 21 :: 11:30

อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทยคลั่งยิงลูกเมียและตัวเองดับอนาถ 3 ศพ คาดเครียด

อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทยคลั่งยิงลูกเมียและตัวเองดับอนาถ 3 ศพ คาดเครียด พ่ออดีต ตร.เพิ่งเสียชีวิตประกอบกับเคยแจ้งความปืนหาย 3 กระบอกวันที่ 21 ต.ค.68 ร.ต.ท.พัฒนเศรษฐ เลิศศราวุธ รอง สว.(สอบสวน) สน.บางกอกน้อย รับแจ้งเหตุลูกชายอดีตลูกนายตำรวจมีอาการเครียดคลุ้มคลั่งยิงลูกเมียและตัวเองเสียชีวิตรวม3 ศพ เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 605/1-2 ภายในตลาดศาลาน้ำเย็น ซอย ถนนสุทธาวาส แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กทม. รุดไปตรวจสอบพร้อมพ.ต.อ.สมสิทธิ์ สันทัสนะโชค ผกก.สน.บางกอกน้อย พ.ต.ท.ปริญญา เทียนทอง รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.นุสรณ์ อ้นน้อย รอง ผกก.สส. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรนิติเวช รพ.ศิริราช และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูที่เกิดเหตุอยู่ข้างวัดสุทธาวาส เป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น หน้าบ้านเขียนป้ายบ้าน พ.ต.อ.อุดมศักดิ์ สุชาคำ ที่พื้นบ้านชั้น3 ห้องโถงนั่งเล่นพบศพพ่อแม่ลูกนอนเรียงรายอยู่บนพื้นห้อง 3ศพ ศพแรก ด.ญ.กัญญกร สุชาคำ อายุ 9 ขวบ นอนหงายสวมชุดนอนเสื้อยืดแขนยาว กางเกงขายาว ลายการ์ตูนสีขาว-ม่วง-ชมพู มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. ที่แก้มซ้ายทะลุศีรษะ1นัด ถัดไปเป็นศพนางสิริลักษณ์ มัณฑนาจารุ อายุ 42 ปี มารดา นอนคว่ำหน้ากอดขาลูกสาวสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวลายดอกสีขาว-ม่วง-น้ำเงิน กางเกงขายาวสีน้ำเงิน มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดเดียวกันที่ท้ายทอยทะลุด้านหน้า 1นัด ที่หน้าอก 2 นัดทะลุหลัง รวม 3 นัด และศพสุดท้ายนายกนณธร สุชาคำ อายุ 39 ปี สามี ผู้ก่อเหตุเป็นอดีตนักกีฬายิงปืนรณยุทธทีมชาติไทย และเป็นลูกอดีตตำรวจ พ.ต.อ.อุดมศักดิ์ สุชาคำ อดีตตำรวจเกษียณอายุราชการ (ตำรวจภูธรภาค7)และยังเป็นอาจารย์สอนโรงเรียนนายร้อยตำรวจอีกด้วย นอนหงายศีรษะหนุนต้นขาภรรยา สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ กางเกงขาสั้นสีเทา มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดเดียวกันเข้าที่หน้าฝากทะลุศีรษะด้านหลัง 1นัด เหนือศีรษะนายกนณธร พบอาวุธปืนออโตเมติกซีแซด ขนาด 9 มม. ตกอยู่เก็บไว้เป็นหลักฐานจากการสอบสวนนางบุษบงค์ มีคุณสุต อายุ 50 ปี ผู้พบศพคนแรก เป็นแม่บ้านกล่าวว่า เป็นแม่บ้านของที่นี่ลักษณะงานจะมารับทำเป็นครั้งคราว และไม่ได้พักอาศัยอยู่ภายในบ้านหลังนี้ โดยเดินทางมาเช้าเย็นกลับ ก่อนเกิดเหตุเวลา 09.00 น. เข้ามาทำความสะอาดบ้านหลังเกิดเหตุเข้ามาภายในบ้านพบคนนอนอยู่ภายในบ้าน 3 คน มีเลือดออกไม่ทราบสาเหตุ ตนได้โทรไปแจ้งแม่ของเจ้าของบ้าน ชื่อนางอุบล สุชาคำ อายุ 70 ปี พักอาศัยคอนโดแห่งหนึ่งใกล้ที่เกิดเหตุ แต่แม่ของเจ้าของบ้านไม่กล้าเข้าไปภายในบ้าน เดินทางมาแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สน.บางกอกน้อย ก่อนเดินทางมาตรวจสอบภายในบ้านพบศพ 3 ศพดังกล่าวนางบุษบงค์กล่าวอีกว่า ส่วนใหญ่ตนจะเห็นแต่นายกนณธร อยู่บ้านไม่ค่อยเห็นลูกและภรรยา ส่วนเจ้าของบ้านคือพ.ต.อ.อุดมศักดิ์ เป็นบิดา ทราบว่าเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ทราบว่า นายกนณธร มีอาการเครียด ไม่ได้นอนมาหลายวัน เนื่องจาก บิดาเพิ่งเสียชีวิต ส่วนลูกและภรรยาที่มาที่บ้านหลังนี้ ตนไม่ทราบว่าใช้ชีวิตอย่างไร เพราะก่อนหน้านี้ทั้ง 2 คน ไม่ได้อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ ส่วนเวลาเกิดเหตุตนไม่ทราบเนื่องจากเมื่อวานมาทำความสะอาดเดินทางกลับเมื่อเวลาประมาณ 23:00 น. ขณะนั้นยังไม่พบเหตุการณ์ที่ผิดปกติจากการสอบสวนเพื่อนบ้านเปิดเผยว่า ทราบแต่ว่าเจ้าของบ้านเป็นตำรวจส่วนนายกนณธร ลูกชายชอบเก็บตัวเงียบในบ้านไม่เคยสุงสิงพูดคุยด้วย และในอดีตมักได้ยินเสียงปืนดังขึ้นภายในบ้านหลายครั้ง แต่หลังจากที่พ่อเป็นอดีตตำรวจเสียชีวิต ไม่เคยได้ยินเสียงปืนอีกเลยนอกจากนี้ยังมีรายงานอีกเมื่อเวลา 21.30 น. วันที่19 ต.ค. ที่ผ่านมา นายกนณธร เดินทางไปแจ้งความที่สน.บางกอกน้อย ว่าปืนหาย 3 กระบอก พอแจ้งความเสร็จยังไม่ได้ลงชื่อเดินกลับออกไปทันทีโดยไม่ทราบสาเหตุเบื้องต้นตำรวจคาดว่านายกนณธร เป็นคนโมโหง่าย ก่อนเกิดเหตุคาดว่ามีอาการเครียด ก่อนคลุ้มคลั่งยิงลูกสาว ภรรยา และยิงตัวตายตามอย่างน่าอนาถ อยู่ระหว่างการสอบสวนคนในครอบครัวและผู้ใกล้ชิดเพื่อหาสาเหตุแท้จริงการก่อเหตุครั้งนี้และให้อาสาสมัครมูลนิธินำศพทั้ง3รายส่งชันสูตรที่รพ.ศิริราช และให้ญาติประสานรับศพเพื่อนำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

'อุ๊งอิ๊งค์-เอม' เยี่ยมพ่อครั้งที่ 10 ด้าน 'ทักษิณ' เผยเครียด-นอนไม่หลับ ขณะที่คนเสื้อแดงส่งเสียงตะโกนส่งเสียง 'นายกสู้ๆ'  .
Variety2025 Oct 19 :: 17:00

'อุ๊งอิ๊งค์-เอม' เยี่ยมพ่อครั้งที่ 10 ด้าน 'ทักษิณ' เผยเครียด-นอนไม่หลับ ขณะที่คนเสื้อแดงส่งเสียงตะโกนส่งเสียง 'นายกสู้ๆ' .

วันที่ 20 ต.ค. 2568 ที่เรือนจำกลางคลองเปรม และส่วนของศูนย์บริการเยี่ยมญาติ ซึ่งวันนี้ถือเป็นครั้งที่ 10 สำหรับการเยี่ยมญาตินายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกคุมขังตามคำสั่งบังคับโทษ นับแต่วันที่ 9 ก.ย.โดยน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออิ๊งค์ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือเอม เป็นตัวแทนครอบครัวเข้าเยี่ยมนายทักษิณ

คลิกเพื่ออ่านต่อ...

WATCH LATEST VIDEOS
No video content available.